หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 23ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร 'บ.สามารถคอร์ปอเรชั่น' ที่ 'BBB+' แนวโน้ม 'Negative'

 

     ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 'BBB+' ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต 'Negative'หรือ 'ลบ' อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงการที่บริษัทมีธุรกิจที่หลากหลายและมีสถานะทางการแข่งขันที่แข็งแกร่งในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Communication Technology -- ICT) นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงกระแสเงินสดที่มั่นคงจากธุรกิจให้บริการจัดการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชาอีกด้วย

         อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตดังกล่าวยังมีข้อจำกัดบางประการจากการที่รายได้และกำไรในธุรกิจวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลต่ำกว่าคาด รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับลูกหนี้ค้างชำระที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และความผันผวนของธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบ

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

 

มีธุรกิจหลากหลายประเภทและมีสถานะในการแข่งขันที่แข็งแกร่ง

        บริษัทดำเนินธุรกิจหลัก 5 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจให้บริการด้าน ICT ธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับระบบดิจิทัล (Digital) ธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าครบวงจร (Contact Center) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี และธุรกิจด้านสาธารณูปโภคและขนส่ง การมีบริการที่กว้างขวางหลากหลายและการให้บริการแก่ลูกค้าที่แตกต่างกันมากมายหลายกลุ่มช่วยให้บริษัทมีแหล่งรายได้ที่หลากหลายและลดความเสี่ยงจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยได้บางส่วน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยทำให้สถานะทางธุรกิจของบริษัทเข้มแข็งขึ้น

      บริษัทมีสถานะที่แข็งแกร่งในธุรกิจให้บริการด้าน ICT โดยบริษัทมีผลงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในการดำเนินโครงการด้าน ICT ที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าประสบการณ์ในสายงานด้าน ICT และความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าและลูกค้าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันให้แก่บริษัทได้

รายได้ลดลงแต่กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น

      ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของบริษัทลดลงอันเนื่องมาจากผลการดำเนินงานที่ถดถอยลงของ บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยรายสำคัญที่ประกอบธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับระบบดิจิทัล ปัจจุบันบริษัทสามารถ ดิจิตอล กำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนธุรกิจจากการจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่มาเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัล

       รายได้จากการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทลดลง 6% มาอยู่ที่ 12,249 ล้านบาทในปี 2561 ในขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,517 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 166% จากปีก่อน ทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจ ICT และธุรกิจให้บริการจัดการจราจรทางอากาศที่สร้างกำไรเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าทั้ง 2 ธุรกิจนี้จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทต่อไปในอนาคต

 

มีความกังวลเกี่ยวกับลูกหนี้ค้างชำระที่มีจำนวนมาก

       ณ สิ้นปี 2561 บริษัทบันทึกรายการลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระเกิน 12 เดือนจำนวน 4,665 ล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้การค้าจากธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยบริษัทมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไปแล้วถึงประมาณครึ่งหนึ่งของหนี้ค้างชำระทั้งหมด

       ในปี 2561 บริษัทสามารถ ดิจิตอล และบริษัทย่อยได้รับชำระเงินคืนจากลูกหนี้ที่ค้างชำระจำนวนประมาณ 756 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทสามารถ ดิจิตอล คาดว่าจะสามารถจัดเก็บหนี้ที่เหลือได้เมื่อพิจารณาจากการได้รับชำระหนี้คืนในอดีตรวมถึงความพยายามของบริษัทในการตามเก็บหนี้ที่ค้างชำระ

      อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับระดับลูกหนี้คงเหลือที่มีอยู่ในระดับสูงเนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนในการติดตามทวงหนี้ที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้ หากบริษัทไม่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่มีเป็นจำนวนมากนี้ก็อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและฐานทุนของบริษัทได้ ซึ่งฐานทุนที่ลดลงอาจส่งผลทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นสูงเกินกว่า 70% ได้

ธุรกิจใหม่จะสร้างรายได้ในธุรกิจดิจิทัลให้เพิ่มสูงขึ้น

        บริษัทสามารถ ดิจิตอล เข้าสู่ธุรกิจการให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลในช่วงปลายปี 2560 โดยมีความร่วมมือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (กสท.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคม โดยบริษัทจะให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัล (Digital Trunk Radio System -- DTRS) ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ได้เกิดความล่าช้าในโครงการดังกล่าวเมื่อปีที่แล้วซึ่งส่งผลทำให้บริษัทมีรายได้จากการให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลต่ำกว่าที่ทริสเรทติ้งประมาณการไว้

        ทริสเรทติ้ง คาดว่า รายได้จากธุรกิจนี้จะเพิ่มขึ้นในปี 2562 เนื่องจากจะมีการเริ่มให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลภายใต้โครงการขนาดใหญ่ของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ เมื่อต้นปี 2562 กระทรวงมหาดไทยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับกระทรวงต่าง ๆ ในการดำเนินโครงการ “ความร่วมมือเสริมสร้างการรับรู้สู่ชุมชน” โดยหนึ่งในเป้าหมายของโครงการจะเป็นการนำระบบวิทยุคมนาคมแบบดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งภายใต้โครงการนี้จะมีผู้ใช้วิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลมากกว่า 70,000 รายภายในปี 2563

       รายได้จากการให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลจะมาจาก 2 ทางคือ รายได้จากการให้บริการสื่อสาร (แอร์ไทม์) วิทยุสื่อสารและรายได้จากการจำหน่ายเครื่องวิทยุสื่อสาร โดยรายได้จากการให้บริการจะเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพของรายได้ในระยะยาว ส่วนรายได้จากการจำหน่ายเครื่องวิทยุสื่อสารนั้นคาดว่าจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในปี 2562 และปี 2563 ตามจำนวนของผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการของกระทรวงมหาดไทย นอกเหนือจากโครงการดังกล่าวแล้ว จำนวนผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นจากโครงการรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ และ/หรือ โครงการเกี่ยวข้องกับความมั่นคงอื่น ๆ ที่มีความต้องการใช้ระบบวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนขนาดใหญ่อีกด้วย เป็นต้น

 

ฐานรายได้มีความมั่นคงจากรายได้ที่สม่ำเสมอจากการให้บริการและจากโครงการที่ยังไม่ได้ส่งมอบจำนวนมาก

      บริษัทมีฐานรายได้ที่มั่นคงจากการมีรายได้ที่แน่นอนจากการให้บริการในธุรกิจ ICT รวมถึงธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าครบวงจรและธุรกิจจัดการจราจรทางอากาศซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงของบริษัท

     ในปี 2561 บริษัทมีรายได้ประจำจากสัญญาให้บริการอยู่เกือบ 6,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นประมาณ 49% ของรายได้รวมของบริษัท ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้จากสัญญาให้บริการจะเพิ่มขึ้นจาก 6,500 ล้านในปี 2562 เป็น 7,500 ล้านบาทในปี 2564 ทั้งนี้ แหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอดังกล่าวช่วยลดผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่ผันผวนให้แก่บริษัทได้บางส่วน

      บริษัทมีงานระหว่างพัฒนาในมือที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) มูลค่ารวมกันจำนวนมาก โดยสิ้นปี 2561 บริษัทมีงานที่ยังไม่ได้ส่งมอบมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่ง 64% เป็นงานจากธุรกิจ ICT ทั้งนี้ งานเหล่านี้จะรับรู้เป็นรายได้ในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า

     ในช่วงปี 2562-2564 ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้อยู่ที่ 15,000-20,000 ล้านบาทต่อปีเมื่อพิจารณาจากมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบจำนวนมาก รวมถึงงานโครงการ ICT ใหม่ ๆ และรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากโครงการให้บริการวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัล ตลอดจนรายได้ที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอของธุรกิจให้บริการจัดการจราจรทางอากาศ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีโอกาสที่จะชนะงานประมูลโครงการ ICT ใหม่ๆ และได้งานโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับสถานีไฟฟ้าย่อย รวมถึงโครงการอื่น ๆ อีกเมื่อพิจารณาถึงความแข็งแกร่งทางการแข่งขันที่บริษัทมีในสายงานเหล่านี้

 

ระดับหนี้สินที่ยอมรับได้

        บริษัทรายงานหนี้สินทางการเงินที่จำนวน 11,557 ล้านบาท ณ เดือนธันวาคม 2561 โดยปรับลดลงจาก 12,474 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนอยู่ที่ระดับ 64.7% ในปี 2561 เพิ่มขึ้นจาก 62.5% ในปี 2560 อันเนื่องมาจากผลขาดทุนของบริษัทสามารถ ดิจิตอล ซึ่งส่งผลทำให้ฐานทุนของบริษัทลดน้อยลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ระดับหนี้สินและอัตราส่วนทางการเงินดังกล่าวก็ยังต่ำกว่าประมาณการของทริสเรทติ้งในครั้งก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับสูงกว่า 70% ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น

        ในช่วงปี 2562-2564 ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะใช้เงินลงทุนโดยรวมประมาณ 10,000 ล้านบาทในโครงการให้บริการด้าน ICT ใหม่ ๆ และในโครงการวิทยุสื่อสารในระบบดิจิทัลเป็นหลัก ทั้งนี้ คาดว่าฐานทุนของบริษัทจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นหากไม่มีการตั้งสำรองหนี้สูญจำนวนมากและจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนอยู่ต่ำกว่าระดับ 70% ในทางตรงกันข้าม คุณภาพเครดิตของบริษัทจะได้รับผลกระทบหากบริษัทไม่สามารถเก็บหนี้จากลูกหนี้ที่ค้างชำระคืนกลับมาได้

 

สภาพคล่องตึงตัว

       ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราส่วนกระแสเงินสดเพื่อการชำระหนี้ของบริษัทตึงตัวโดยเห็นได้จากอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำที่ 5.5% ในปี 2561 และ 4.2% ในปี 2560 เปรียบเทียบกับระดับ 15.7% ในปี 2559 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ระดับ 2.7 เท่าในปี 2561 และ 1.1 เท่าในปี 2560 เปรียบเทียบกับ 4-6 เท่าในปี 2558-2559

               ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดว่าเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่ในช่วง 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี แหล่งเงินทุนอื่น ๆ ของบริษัทยังมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอีกจำนวน 2,983 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2561 ในขณะที่ความต้องการใช้เงินทุนจะประกอบด้วยเงินลงทุนรวมประมาณ 10,000 ล้านบาทและภาระหนี้ระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระอีกประมาณ 850 ล้านบาทในปี 2562 และ 1,900 ล้านบาทในปี 2563 ทั้งนี้ คาดว่าสถานะสภาพคล่องของบริษัทจะค่อย ๆ ปรับดีขึ้น โดยอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 15% ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ในช่วงประมาณ 4-6 เท่า

 

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

•             รายได้ของบริษัทจะอยู่ในช่วง 15,000-20,000 ล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2562-2564

•             อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 17%-22% ในช่วงปี 2562-2564 ส่วนอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นเป็นที่ระดับ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี

•             ค่าใช้จ่ายในการลงทุนโดยรวมจะอยู่ที่ 10,000 ล้านบาทในช่วงปี 2562-2564

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

        แนวโน้มอันดับเครดิต 'Negative'หรือ 'ลบ'สะท้อนถึงความกังวลของทริสเรทติ้งเกี่ยวกับระดับลูกหนี้ค้างชำระที่บริษัทมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากบริษัทไม่สามารถเก็บหนี้คืนมาได้ก็อาจจะส่งผลทำให้ฐานทุนของบริษัทอ่อนแอลงจนทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนถดถอยลง

 

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

        ความเป็นไปได้ในการปรับลดอันดับเครดิตของบริษัทอาจเกิดขึ้นหากบริษัทมีผลการดำเนินงานหรือฐานะทางการเงินที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง หรือหากโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอ่อนแอลงอันเป็นผลมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญก้อนใหญ่จนทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนอยู่ในระดับที่สูงกว่า 70% อย่างต่อเนื่อง แนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเป็น “Stable” หรือ “คงที่” หากผลการดำเนินงานหรือฐานะทางการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

- Group Rating Methodology, 10 กรกฎาคม 2558

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 31 ตุลาคม 2550

บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAMART)

อันดับเครดิตองค์กร:             BBB+

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Negative

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

      บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

          ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html